เจอคำถามที่ว่า "ทำไมมาเปิดโรงเรียน ทำไมไม่ทำธุรกิจอื่น หรือถ้าไปทำอะไรอย่างอื่น อาจจะได้เงินมากกว่านี้"
เป็นคำถามที่ไม่ค่อยมีคนถามนะ แต่ก็น่าสนใจ
เลยมานั่งนึกๆๆ แล้วอ้อออออออ
ตอนอ้อม 7-8 ขวบ อ้อมชอบเสียงคีย์บอร์ดคอมฯมากๆ
อ้อมชอบไปธนาคารฝากเงินอาทิตย์ละ 5-20 บาท (ที่แม่จ้างให้ทำงานบ้าน)
เพื่อที่ไปนั่งดูพนักงานธนาคารกดคีย์บอร์ด และอยากทำงานเป็นนักธนาคาร
ตอนจะเข้ามหาลัยอยากทำงาน Marketer สายการเงิน(เพราะอยากรู้กลไกทางการเงิน)
พอไปสมัครเรียนอะไรสักอย่างในช่วงนั้นแต่เค้ารับ ป.โท
พอโตขึ้นมาหน่อยเก็บเงินได้ ลงทุนได้ รู้เยอะ ธาตุไฟแตกพอร์ตระเบิด
เลยมาทำธุรกิจ เอาเงินธุรกิจไปลงทุน วนๆๆไปอยู่อย่างนี้
แล้วเราก็ชอบมีคำถามว่า “ทำไม ครูที่โรงเรียนไม่สอนเรื่องการเงินให้กับเรานะ”
และหลายๆคนก็น่าจะคิดเหมือนกัน
.
.
จนอ้อมได้มาเริ่มทำการศึกษา
เข้าใจเด็กมากขึ้น
เข้าใจผู้ปกครองมากขึ้น
และที่สำคัญเข้าใจครูมากขึ้น
ครูก็คือคนๆนึง ที่ก็ต้องพัฒนาตนเองให้สอนหนังสือเด็กได้
ทั้งระบบครู เอกสาร และเงินเดือนที่ไม่คุ้มกับการใช้แรงในการสอนเด็ก
ทำให้ครูก็มีระบบหนี้ ปัจจุบันครูและบุคลากรทางการศึกษามียอดหนี้สินรวมกันสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท
โดย สัดส่วนของครูที่เป็นหนี้ จากจำนวนครูทั่วประเทศประมาณ 900,000 คน
พบว่ามีประมาณ 80% หรือราว 700,000 คน ที่แบกรับภาระหนี้สินดังกล่าว
อ้างอิง (2024)https://www.springnews.co.th/news/infographic/847012
เพราะฉะนั้นครูเองก็ไม่ได้ฝึกเรื่องของการเงินมาเหมือนกัน
.
.
และที่ไหนจะสอนเรื่องการเงินที่ดีที่สุด
จนอ้อมมาได้คำตอบจากประสบการณ์ตนเอง และการเจอผู้ปกครองที่เยอะมากๆ
และการเรียนป.โท ที่สถาบันเด็กของมหิดล
จนได้ข้อสรุปว่า การเงินที่ดี มันต้องเริ่มมาจาก >พ่อแม่< ค่ะ
เพราะเรื่องการเงิน นอกจากวินัยมันคือเรื่องของพัฒนาเด็กด้วย (อ้า... คิดว่าไม่สำคัญละสิ )
เรื่องนี้ไม่ได้ลอยๆนะ แต่มันมีหลักตามพัฒนาการเด็กและสังคม
ที่อ้อมพูดเสมอนั่นคือ #BioPsychoSocial Model
Copy skill หรือ พฤติกรรมเลียนแบบ เด็กสามารถเลียนแบบพฤติกรรมตั้งแต่ 0-7 ปี (ใช่ค่ะภายใน 7 ปีแรก)
ดังนั้น
ถ้าพ่อแม่ เอาเท้าปิดพัดลม ลูกก็จะเอาเท้าปิดพัดลมเหมือนกัน
ถ้าพ่อแม่ ใช้อารมณ์ตัดสินใจ ลูกก็จะใช้อารมณ์เหมือนกัน
ถ้าพ่อแม่ ใช้เงินแก้ปัญหา ลูกก็จะใช้เงินแก้ปัญหาเมือนกัน
ถ้าพ่อแม่ใช้เงินแบบมีเหตุผล ลูกก็จะใช้เงินอย่างมีเหตุผลเหมือนกัน
และหลายๆอย่างที่มจาก Copy Skill เหล่านี้
มันทำให้รู้ว่า เรื่องการเงินความจริงมันไม่ควรพึ่งพาระบบครูหรือโรงเรียน
แต่มันต้องเข้าถึงทุกๆคน และคนที่สำคัญที่สุดคือพ่อแม่
.
.
เพราะอ้อมทำคลาสการเงินของเด็กมาหลายครั้ง
แต่คลาส 5-10 ชั่วโมง จะให้เปลี่ยนความคิดเด็กเพื่อเข้าใจเรื่องการเงิน
และถ้าอยากทำเป็นนิสัยใหม่ได้ มันต้องฝึกฝน
และการฝึกฝนที่ดีที่สุดคือที่ “บ้าน”
.
.
อ้อมก็เลยคิดว่า จะเอาคลาสสอนการเงินให้กับผู้ปกครอง พร้อมทั้งเทคนิค + Howto
จากการที่อ้อมเรียนเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก จากสถาบันเด็ก
จากเทคนิคที่อ้อมสอนเด็กเขียนโปรแกรม และปั้นครูมามากกว่า 8 ปี
จากประสบการณ์การลงทุน ที่ได้เรียนรู้ และเจ็บมาเยอะ จนยืนระยะได้
อ้อมก็เลยคิดว่าสอนการเงิน เปลี่ยนจากสอนเด็กมาสอนพ่อแม่เพื่อให้ไปสอนลูกดีกว่า
พร้อมทั้งเทคนิค + Howto
เพื่อเป็นคู่มือ คัมภีร์ของผู้ปกครอง
และก็นึกๆๆจะมีเวทีไหนบ้างนะที่ผู้ปกครองสนใจเรื่องการเงินได้
จนมาเจองาน BTC2026 ที่เป็นงาน Bitcoin Thailand Conference 2026
ปี 2023 อ้อมพูดเรื่อง Bitcoin Mining
ปี 2024 อ้อมสอน Bitcoin for Kids
ปี 2026 สอนผู้ปกครองให้สอนลูกเรื่องการเงินดีกว่า !!!
แล้วพบกันในงานนี้นะคะ
.
.
เพราะลูกคือคนของเรา อย่าคาดหวังให้คนอื่นมาช่วย
โดยเฉพาะเรื่องการเงิน
เพราะโรงเรียนการเงินที่ดีที่สุดคือที่บ้าน
ครูการเงินที่ดีที่สุดคือพ่อแม่!!
เลยมีคำตอบจากคำถามของผู้ปกครองที่ถามตอนต้นว่า
”ทำไมมาเปิดโรงเรียน ทำไมไม่ทำธุรกิจอื่น หรือถ้าไปทำอะไรอย่างอื่น อาจจะได้เงินมากกว่านี้"
คำตอบคือ
“ถ้าเราไม่ทำ แล้วใครจะทำ” นั่นละหนาาาาา
#siamstr #ลานกรองมันส์
#codekids
#bitcoinforkids

