Last Notes
I am not saying it's an alternative to nip-32, but in addition to it. It's a way to move onto the social network without any web of trust. It's not perfect, bit its better than nothing and reduces the incentive to explode the network with infinite identities.
Another side effect of staking Bitcoin to an identity tied to your npub is that as long as there is Bitcoin on that address, you are proving to your network that you actually control your nsec and haven't leaked it.
#nevent1q…etes
#nevent1q…2h07
Its in my post history from over a year ago. It would take me a while to find it.
The side-effect of having Bitcoin tied to an address that is derived from your npub/nsec is that you immediately know if someone stole your identity because that would be the first thing they take.
I was proposing something like this for identity staking. A public Bitcoin address that anyone can confirm onchain that has a nonzero balance placing a "stake" on your npub showing there is nonzero value behind the identity. Even if its not used for "zapping" it could be used as a trust mechanism.
https://image.nostr.build/c28f22d0015fbdd4423d948605d1640b0c72a4142b9c430008717c418cd98395.jpg
“ดูก่อนพราหมณ์ วันหนึ่ง ๆ เรายืน เราเดิน เรานั่ง และเรานอน” ถ้อยคำนี้ในเบื้องต้นอาจดูเป็นเพียงคำกล่าวธรรมดาเกี่ยวกับอิริยาบถของมนุษย์ แต่ในความเรียบง่ายนั้นกลับซ่อนหัวใจของ “โลกุตตรธรรม” เอาไว้อย่างลึกซึ้ง เพราะพระพุทธเจ้ามิได้ทรงชี้ไปที่อาการของร่างกาย หากทรงชี้ไปที่ “ความรู้ตัว” อันดำรงอยู่ในทุกขณะของชีวิต พราหมณ์จึงเกิดความสงสัยว่า การยืน เดิน นั่ง นอน เช่นนี้ จะเรียกว่าเป็นธรรมอันสูงสุดได้อย่างไร แต่พระองค์ตรัสอธิบายว่า “เมื่อเรายืนนั้น เรารู้ เมื่อเราเดินนั้น เรารู้ เมื่อนั่งนั้นรู้ เมื่อนอนนั้นรู้” ส่วนปุถุชนทั่วไป แม้จะกระทำอาการเดียวกัน แต่กลับดำรงอยู่ด้วยอาการ “ไม่รู้” (ดังสายน้ำไหล, ข้อ ๔๙, น. ๑)
คำว่า “รู้” ในที่นี้ มิใช่ความรู้เชิงความคิดหรือการวิเคราะห์ด้วยเหตุผล แต่คือ “สติสัมปชัญญะ” ที่ตื่นอยู่กับปัจจุบันโดยไม่เผลอไหลไปตามอารมณ์และความปรุงแต่ง จิตที่มีสติย่อมเห็นกายเคลื่อนไหวตามความเป็นจริง เห็นเวทนาเกิดขึ้นและดับไป เห็นอารมณ์ทั้งหลายเป็นเพียงสภาวะชั่วคราว มิใช่ “ตัวเรา” หรือ “ของเรา” การภาวนาในแนวทางนี้จึงไม่ใช่การสร้างภาวะพิเศษเหนือธรรมชาติ แต่คือการกลับมา “รู้ตัว” ในชีวิตธรรมดาที่สุด แม้เพียงขณะเดินหรือยกมือ ก็สามารถเป็นทางแห่งปัญญาได้ หากมีสติรู้พร้อมอยู่ตลอดเวลา (ดังสายน้ำไหล, ข้อ ๔๙, น. ๑–๒)
หนังสือได้อธิบายไว้อย่างสำคัญว่า ภายนอกนั้นผู้ปฏิบัติธรรมกับคนธรรมดาแทบไม่มีความแตกต่างกันเลย ทั้งสองยังทำงาน กิน ดื่ม พูดคุย เดินทาง และใช้ชีวิตเช่นเดียวกัน แต่ความแตกต่างอันแท้จริงอยู่ที่ “โลกภายใน” คนทั่วไปดำเนินชีวิตไปตามแรงผลักของอารมณ์ ถูกความชอบ ความชัง ความกลัว และความอยากครอบงำโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ผู้มีสติจะเริ่มเห็นอารมณ์ทั้งหลายเป็นเพียงสิ่งที่ “เกิดขึ้นแล้วดับไป” ไม่เข้าไปยึดถือจนกลายเป็นทุกข์ นี่คือเหตุที่หนังสือกล่าวว่า ผู้ปฏิบัติธรรม “ชั้นเหนือโลก” ก็ยังปฏิบัติเหมือนคนธรรมดาสามัญโดยรูปภายนอก แต่ผลภายในกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง (ดังสายน้ำไหล, ข้อ ๔๙, น. ๒)
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ เน้นย้ำอยู่เสมอว่า การเจริญสติไม่ใช่การบังคับจิตให้นิ่ง และไม่ใช่การเพ่งเพื่อกดอารมณ์ แต่คือการรู้ทัน “ความเคลื่อนไหว” ของกายและใจตามจริง เมื่อสติเกิดต่อเนื่อง สมาธิชนิดธรรมชาติจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเอง จิตจะมั่นคงโดยไม่ต้องฝืน และเมื่อจิตตั้งมั่น ปัญญาจะเริ่มทำงาน เห็นความจริงของสภาวธรรมว่า ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน ความรู้เช่นนี้มิใช่ความรู้จากการอ่านหรือการคิด แต่เป็นความรู้ที่เกิดจากการเห็นตรงด้วยจิตของตนเอง (ดังสายน้ำไหล, น. ๒)
ตอนหนึ่งของหนังสือกล่าวไว้อย่างลึกซึ้งว่า “บุคคลที่มีชีวิตอยู่โดยไม่เจริญภาวนา ชีวิตจะค่อย ๆ ขัดข้อง มืดมน อารมณ์ก็เข้ามาเร้ารุม ทุกข์เป็นที่หมาย” เพราะจิตที่ไร้สติย่อมถูกโลกภายนอกกระทบได้ง่าย ทุกถ้อยคำ ทุกเหตุการณ์ สามารถกลายเป็นเชื้อแห่งความทุกข์ได้ทั้งหมด แต่เมื่อสติเริ่มเข้มแข็ง ความสัมพันธ์ระหว่างจิตกับอารมณ์จะเปลี่ยนไป จากเดิมที่ถูกอารมณ์ลากจูง กลายเป็นผู้เห็นอารมณ์ตามความเป็นจริง และเมื่อปัญญาแก่กล้าขึ้น ความทุกข์ทั้งหลายก็จะค่อย ๆ ลดกำลังลง เพราะผู้ปฏิบัติเริ่มเข้าถึงรากของทุกข์ในตนเอง มิใช่เพียงแก้ไขอาการภายนอกเท่านั้น (ดังสายน้ำไหล, น. ๒)
แก่นของหนังสือจึงมิใช่เรื่องพิธีกรรมหรือความเชื่อ หากคือการชี้ให้มนุษย์กลับมาพบ “ความตื่นรู้” ที่มีอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ทุกอิริยาบถสามารถเป็นหนทางแห่งธรรมได้ หากกระทำด้วยสติ ชื่อของหนังสือ “ดังสายน้ำไหล” จึงเป็นอุปมาที่งดงามอย่างยิ่ง เพราะสายน้ำไม่ฝืนธรรมชาติของตน มันเพียงไหลไปตามเหตุปัจจัย ฉันใด ผู้มีสติย่อมดำเนินชีวิตโดยไม่ดิ้นรนเกินความจริง เห็นทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปตามธรรมดา เมื่อเข้าใจเช่นนี้ จิตจะค่อย ๆ คลายจากความยึดมั่น และสัมผัสความสงบอันไม่ขึ้นอยู่กับโลกภายนอก นี่คือหัวใจของการภาวนาที่หนังสือเล่มนี้พยายามถ่ายทอดไว้อย่างเรียบง่าย แต่ลุ่มลึกอย่างยิ่ง (ดังสายน้ำไหล, ข้อ ๔๙, น. ๑–๒)
#Siamstr #nostr #philosophy
เบรกฟาสครับ😋🥰🥚🥩
https://image.nostr.build/3302d45d48c59ef28521745667d5c7890fa786d8f6882d49aa4e1b1fd9b09f75.jpg
https://image.nostr.build/e95cc3bdfe511ce0d956b75825a907b84f60615bcceb8a489984bd3a77984607.jpg
https://image.nostr.build/26e11b9fbaf56ca526f88a0b0363d98d1ff818029898f7ab6e07a13deaf38c33.jpg
https://image.nostr.build/4be555e47984c7e3f3f82df6357f548899cda48ba50144fbdd1c6c04fe6f8e36.jpg
GM #siamstr #gm กาแฟแก้วเดิม แต่มีความสุขที่สุด☕️..ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันหยุด มีเวลาอยู่กับครอบครับ ใช้ให้เต็มที่นะครับ❤️
“เป้าหมายจะต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ต้องซึมซาบเข้าไปในจิตใจของคุณทั้งในระดับจิตสำนึก และจิตใต้สำนึก”…. Think&Grow Rich Book📖
https://image.nostr.build/50b3e276078251c58a2f1e559f5603de60690163e0c37dd158295030250c5854.jpg
พ่อบอกไดสตาร์ทไหม้ เสีย ไอ่เราก็สงสาร หน้าฝนขับชาเล้งไปเกี่ยวหญ้าให้วัว สรุป ไดสตาร์ทเก่าไหม้เพราะเครื่องล็อค ซื้อไดใหม่มาก็ไม่ติด เวง....
#siamstr https://blossom.primal.net/66a412fda95b8ca94668c348da8378a6f850effb019240be3d8bbd83e19573b1.jpg https://blossom.primal.net/3b7991fadbd39e1f0ef3f9a094461babb6970b5b6cd5a9dc9863a0307210316b.jpg https://blossom.primal.net/70203393d3bff7a6ac501c5bf0ad491a2e02f0037191f2b364ee0688028e2ab9.jpg https://blossom.primal.net/9c8dc51243da2edbbd4ec500f7937a522d97f388430740cc411b81b24df46ded.jpg https://blossom.primal.net/0171c38a1516345019dc091ad5de910a3c3221c0b2debfb7d05a6d02944121f2.jpg
https://image.nostr.build/86d7c0fbc44d02c973ccb7a07c8d9b18142baa959961015bff7364eac2490128.jpg
“สมมติแห่งสมมติ” : เมื่ออำนาจ ความจริง และโลกทั้งใบ อาจตั้งอยู่บนสิ่งที่มนุษย์ร่วมกันเชื่อ
ในรวมบทกวี บทกวีตีพิมพ์บนสรวงสวรรค์ในปีต่อมา (Posthumous Poems from Paradise) ชะการิยยา อมตยา ใช้ภาษาอย่างเรียบง่าย แต่กลับซ่อนแรงสั่นสะเทือนทางปรัชญาและการเมืองไว้อย่างลึกยิ่ง บทกวี “สมมติ” ที่ปรากฏในเล่ม ไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำสั้นๆ หากแต่คือการตั้งคำถามต่อรากฐานทั้งหมดของโลกมนุษย์ ผ่านประโยคที่ดูเหมือนง่ายดายแต่รื้อถอนโครงสร้างความจริงทั้งระบบอย่างเงียบงัน (“สมมติว่าไม่มีราชฏร / จะมีพระราชาได้อย่างไร / สมมติว่าไม่มีพระราชา / จะมีมงกุฎได้อย่างไร / สมมติว่าไม่มีมงกุฎ / จะมีการปราบดาภิเษกได้อย่างไร / สมมติว่าไม่มีการสมมติ / ทุกสิ่งอย่างจะเป็นจริง / หรือไม่เป็นจริง / สมมติแห่งสมมติ”)
แก่นสำคัญของบทกวีนี้คือคำว่า “สมมติ” ซึ่งในภาษาไทยอาจหมายถึง “การตั้งขึ้น” “การสมมุติ” หรือ “การตกลงร่วมกัน” และหากมองลึกลงไป มันคือรากฐานของอารยธรรมมนุษย์ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นรัฐ ศาสนา เงินตรา กฎหมาย ชาติ สถานะ หรือแม้แต่ตัวตน ล้วนดำรงอยู่ได้เพราะมนุษย์จำนวนมาก “เชื่อร่วมกัน” ว่าสิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริง ผู้เขียนจึงเริ่มต้นจากคำว่า “ราชฎร” เพราะหากไม่มีผู้ยอมรับ ก็ไม่มี “พระราชา” ได้ เช่นเดียวกัน หากไม่มีพระราชา มงกุฎก็เป็นเพียงวัตถุโลหะชิ้นหนึ่ง และหากไม่มีมงกุฎ พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อย่างการปราบดาภิเษกก็ย่อมไร้ความหมาย (“สมมติว่าไม่มีราชฏร / จะมีพระราชาได้อย่างไร”)
นี่คือการรื้อถอน “อำนาจเชิงสัญลักษณ์” อย่างแยบยล เพราะผู้เขียนกำลังชี้ว่า อำนาจจำนวนมากในโลกไม่ได้ตั้งอยู่บนความจริงตามธรรมชาติ แต่ตั้งอยู่บน “ความเชื่อร่วม” (collective belief) หรือ “จินตนาการร่วม” ของสังคม มนุษย์จึงอาจฆ่ากันเพื่อธงผืนหนึ่ง ยอมสละชีวิตเพื่อเส้นพรมแดนที่มองไม่เห็น หรือยอมจำนนต่อกระดาษที่เรียกว่า “ธนบัตร” ทั้งที่โดยตัวมันเอง สิ่งเหล่านี้ไม่มีพลังใดเลย หากไม่มีมนุษย์มอบความหมายให้
ในมิติทางปรัชญา บทกวีนี้ใกล้เคียงอย่างยิ่งกับแนวคิดของ Jean Baudrillard ที่มองว่าสังคมสมัยใหม่ดำรงอยู่ภายใต้ “โลกจำลอง” (simulation) ซึ่งสัญลักษณ์และภาพแทนได้เข้ามาแทนที่ความจริงดั้งเดิม จนมนุษย์ไม่อาจแยกได้อีกว่าอะไรคือของจริง อะไรคือสิ่งสมมติ เช่นเดียวกับในบทกวีที่ผู้เขียนพยายามถามว่า หากเรารื้อ “การสมมติ” ออกไปทั้งหมดแล้ว อะไรจะยังเหลืออยู่ (“สมมติว่าไม่มีการสมมติ / ทุกสิ่งอย่างจะเป็นจริง / หรือไม่เป็นจริง”)
ประโยคนี้ทรงพลังอย่างยิ่ง เพราะมันไม่เพียงถามว่า “อะไรคือความจริง” แต่ถามต่อไปอีกว่า “ความจริงเองอาจเป็นสิ่งสมมติหรือไม่” นี่คือการสั่นคลอนฐานคิดแบบอภิปรัชญาอย่างลึกซึ้ง เพราะมนุษย์มักเชื่อว่ามี “ความจริงแท้” บางอย่างดำรงอยู่เบื้องหลังโลก แต่บทกวีกลับตั้งคำถามว่า แม้แต่คำว่า “จริง” กับ “ไม่จริง” ก็อาจเป็นเพียงกรอบภาษาและการตกลงร่วมกันเท่านั้น
ในแง่นี้ บทกวีจึงเชื่อมโยงกับแนวคิดในพุทธปรัชญาอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่อง “สมมติสัจจะ” และ “ปรมัตถสัจจะ” ในพุทธศาสนาเถรวาท โลกทางสังคม เช่น บุคคล ชื่อ ตำแหน่ง กษัตริย์ ประชาชน หรือแม้แต่ “เรา” ล้วนเป็นเพียงสมมติบัญญัติที่มนุษย์ตั้งขึ้นเพื่อการสื่อสาร ส่วนความจริงขั้นปรมัตถ์กลับไม่มี “ตัวตนถาวร” อยู่จริง มีเพียงกระแสแห่งเหตุปัจจัยที่เกิดขึ้นและดับไปเท่านั้น ดังนั้นคำว่า “พระราชา” จึงไม่มีสารัตถะแท้ในตัวเอง แต่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ของผู้คน ภาษา พิธีกรรม และอำนาจที่รองรับมันอยู่
ชะการิยยาไม่ได้เขียนบทกวีแบบประกาศอุดมการณ์ตรงๆ หากแต่ใช้ “คำถาม” เป็นเครื่องมือหลัก คำถามเหล่านี้ไม่เร่งเร้า ไม่ตะโกน ไม่ดุด่า แต่กลับทำงานคล้ายรอยร้าวเล็กๆ บนกำแพง เมื่อผู้อ่านเริ่มคิดตาม กำแพงทั้งระบบของความเชื่อเดิมก็อาจค่อยๆ พังลงเอง นี่คือพลังของบทกวีที่ไม่ได้พยายามให้คำตอบ แต่ทำให้ผู้อ่าน “ไม่อาจกลับไปเชื่อแบบเดิมได้อีก”
รูปแบบ Typography ที่เว้นพื้นที่ว่างจำนวนมากในหนังสือ ก็เป็นส่วนหนึ่งของความหมาย พื้นที่ว่างเหล่านั้นทำให้ถ้อยคำแต่ละบรรทัดดูโดดเดี่ยว คล้ายกำลังลอยอยู่กลางความเงียบ และความเงียบนั้นเองกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทกวี ราวกับผู้เขียนกำลังบอกว่า บางครั้ง “สิ่งที่ไม่ได้พูด” อาจสำคัญพอๆ กับสิ่งที่ถูกเขียนลงไป (“ใช้การจัดวาง Typography และพื้นที่ว่างเป็นเครื่องมือสื่อสารความรู้สึกที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของภาษาเดิมๆ”)
ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยโฆษณาชวนเชื่อ อัตลักษณ์ทางการเมือง และความจริงที่ถูกผลิตซ้ำผ่านสื่อ บทกวี “สมมติ” จึงไม่ใช่เพียงงานวรรณกรรม แต่เป็นการชำแหละกลไกของอำนาจอย่างเงียบงัน มันเตือนเราว่า สิ่งที่มนุษย์ยอมก้มศีรษะให้จำนวนมาก อาจไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์โดยธรรมชาติ หากแต่ศักดิ์สิทธิ์เพราะมนุษย์พร้อมใจกัน “สมมติ” ว่าศักดิ์สิทธิ์
และบางที ประโยคที่น่ากลัวที่สุดในบทกวี อาจไม่ใช่คำถามเรื่องพระราชาหรือมงกุฎ หากแต่คือวลีสุดท้าย — “สมมติแห่งสมมติ”
เพราะมันกำลังบอกว่า แม้แต่ระบบที่สร้าง “ความจริง” ขึ้นมา ก็อาจเป็นเพียงอีกชั้นหนึ่งของการสมมติเท่านั้นเอง.
#Siamstr #nostr #Philosophy
ระยิบระเหยยอดหญ้า GM🙏ค่ะ☁️🌱☕️☕️
GM #siamstr #gm ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงทีมและโค้ชก็ต้องเปลี่ยนแปลง ยังเชียร์ทีมอยู่เสมอ⚽️🥅🐦🔥..ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันเสาร์ เข้าหน้าฝน ☔️อย่างเป็นทางการแล้ว ดูแลสุขภาพกันดีๆนะครับ
“จงเปลี่ยน ก่อนที่จะสายเกินไป”….Jack Welch
https://image.nostr.build/5aefa9b89d1e532251c2f3fcceb822da192ea6161e87c2764744c8df43b500f8.jpg
GM🥰☕️🌞🌱
https://image.nostr.build/2bb3913b7a36661238a4a2172f50f4d6a0c3114087920d1408344ebba53c3c57.jpg
ถึงจุดหนึ่งเราต้องเปิด mode : อนัตตา
เพื่อปล่อยวางตัวเองจากสิ่งอื่น
และให้เหตุการณ์ไหลผ่านเวลาไป
มาสังเกตุได้ว่า ซาโตชิใช้คำว่า electronic cash มากกว่า digital cash
เพราะนวัตกรรมที่ใช้คำว่า electronic ได้นั้น
ต้องมีพื้นฐานมาจากไฟฟ้าจริงๆ
GM☕️😋🌞🥰
https://image.nostr.build/ded34259b7f983d96928df7af4cb7247caea0ce9f4f4a0a56df217711e6cea99.jpg
GM #siamstr #gm จากหนังสือ Broken Money เงินปล้นโลก ในบทที่ 21 หน้าที่ 519 ในอัฟกานิสถาน มี Use Case ที่ใช้งาน Bitcoin จริง เลยทำ Infographic เอาไปถ่ายทอดให้กับน้องๆต่อ…มีเวลาศึกษา Bitcoin 🙂
“ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อโลก คือความเชื่อว่าคนอื่นจะเป็นคนกอบกู้มัน”….Robert Swan
https://image.nostr.build/0f498e2b089dab86ccaebb4f56be15081a7fe3529124395ea9d53a1329c515e9.jpg
I use wisp mostly to check on the status of the project or to actively try things. My brain auto clicks Amethyst because it does everything for me and the look and feel and features are what make Nostr for me.
GM #siamstr #gm ตอนเช้าอากาศดี ออกกำลังกายกันครับ🏃☀️..ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันพฤหัสบดี ดูแลสุขภาพกันดีๆนะครับ❤️
“ความพึงพอใจทำให้คนจนกลายเป็นคนร่ำรวย ความไม่พึงพอใจทำให้คนรวยกลายเป็นคนยากจน”…. Benjamin Franklin
https://image.nostr.build/80aea8aee941ad33e4698d77548b41041c6ea686a36756fb9062a82d71e87f47.jpg
ทุ่งอะไรเซงสุด
ทุ่งกุลาร้องเห้อออ
🙏
The web of trust has grown from 167k to 181k over the last week which is quite a lot faster than usual.
Has some new community or something just joined nostr?
😊🙏GMค่ะ
🥛คือน่าขโมยนมดิบแท้😆
GM #siamstr #gm ทักทายกันตอนเช้ากับกาแฟร้อนๆเช่นเคย☕️☀️..ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันจันทร์ มีสุขภาพกาย สุขภาพใจแข็งแรงด้วนกันทุกท่านนะครับ❤️
“ขอให้เห็นใจผู้อื่นแทนการตัดสินพวกเขา เปลี่ยนการบ่นเป็นการขอบคุณ และเอาความกลัวออกไปโดนแทนที่ด้วยความรัก” ….Hal Elrod
https://image.nostr.build/d7a6d0da06507fe4582771250475ac32afe4db7dca895ac8a0ea4867fc4d011f.jpg
outdoor night talk
indoor night labs
#สามัคคีชุมนุม 🌳🍺🔬 #siamstr
https://image.nostr.build/b976b44a757e29b49c7318e66fe9633b07621f8abc25993b52392c2a49120662.jpg
https://image.nostr.build/e7b9993be0c5175d678a87a8cd122d17b53765f10da348a611c4f2d14beeeb08.jpg
ตอนเด็ก
ไม่มีอะไรทำ
ชอบนั่งดูอัลบั้มรูปถ่าย
#มีใครเป็นบ้างไหม #siamstr 📸📒🖼️
#satoshifilm
☕️🎞️🛝🦒🎙️💬📚
🦎🐸🐍👹👨🏻💻👩🏼💻👧🏻
🍺🥩🍢🍡🥭🍋🟩👶🏻
👴🏻👵🏼👨🏻👩🏻🧑🏻👦🏻🧒🏻
GM.ครับพี่เจน^^ ไม่ได้เจอกันนาน😄พี่เจนสบายดีน่ะ?
คุณแคทหมออ่านเฮียหมู อาา.. ทุ่งข้าวโพดทุกคนสบายดีทุกคนเนอะ?
my UAP is 🚰
https://image.nostr.build/ebeffef6dcd96d46f6d03e67ac551a2bc32af1c12704692fe0cae0fa936f3cfa.jpg
มาเรียน ❌
มาสอน ✅
สอนนักเรียน ❌
สอนตัวเอง ✅
ศีล
สมาธิ
เวลา
กาแฟ ☕️
#สามัคคีชุมนุม #local #bitcoin #tree 🌳
https://image.nostr.build/1205a1a10f1da07ea984002eba69840e4c84cf0a4073e1fa9e0a291be6117960.jpg
https://image.nostr.build/ec50df3742a312c9d7bb8be5c23312928d0d34f9ccb604f348a084c12f55999e.jpg